7Checklist โบท็อก “รู้ทันกลโกงคลินิกความงาม” -Botox

สำหรับมือใหม่และมือเก๋า แนะนำ กลโกงคลินิกความงาม โบท็อก ก่อนที่ใครจะตัดสินใจไปทำที่ไหนดี

สำหรับใครที่มีแพลนจะฉีดโบท็อก สำหรับมือใหม่และมือเก๋า วันนี้ หมอขอมาแนะนำ กลโกงคลินิกความงาม ในหัวข้อเรื่อง โบท็อก ก่อนที่ใครจะตัดสินใจไปทำที่ไหนดีให้อ่านกันนะคะ

 

คลินิกที่ดี ย่อมมีรีวิวที่น่าเชื่อถือ แสดงให้เรามั่นใจว่า “คลินิกและหมอ” มีความน่าเชื่อถือและมาตรฐาน และสามารถแกะกล่องและเปิดขวดใหม่ให้ดูต่อหน้าได้ มีเคสรีวิวของแพทย์แต่ละคนมากพอในการตัดสินใจ

ว่าแล้วมาเริ่มกันเลยค่ะ

Check DD#1

การผสมน้ำเกลือเข้าไปในขวดที่มาเกินที่กำหนด

มาตรฐานทั่วไปของการผสมยาโบท็อก 100 ยูนิต จะผสมน้ำเกลือ 2.5 ซีซี วิธีนี้คือการผสมใช้น้ำเกลือเจือจาง Botulinum Toxin มากเกินกว่าปกติ ซึ่งจะนำมาเเบ่งขายได้หลายคนมากขึ้น สามารถฉีดได้หลายตำเเหน่งคลอบคลุมมากขึ้น ขายได้ในราคาถูกได้ ลูกค้าจะรู้สึกว่าซื้อได้เยอะกว่าที่อื่นในราคาที่เท่ากัน บางที่เขาจะใส่น้ำเกลือเข้าไปถึง 2 เท่า ส่งผลให้ฉีดแล้วไม่เห็นผล มีอาการบวมน้ำเกลือ ช้ำนานกว่าปกติ รูปหน้าไม่เรียวตามแบบที่ต้องการ โดยสิ่งที่อันตรายที่สุดคือ ตัวยาไม่ได้ไปออกฤทธิ์ที่ตำแหน่งเฉพาะที่ต้องาร หรือที่เรียกว่า โบไหล หน้าเบี้ยวปากเบี้ยวมานั่นเอง

Check DD#2

การใช้โบท็อกของหิ้ว !!

ปัจจุบันโบท็อกมีหลากหลายที่มา มีตั้งเเต่สั่งตรงมาจากบริษัทยาเจ้าใหญ่ ไปจนถึงวิธีหิ้วมาจากต่างประเทศ จนถึงที่เลวร้ายที่สุดคือ ใช้ยาปลอมฉีดให้ลูกค้า วิธีนี้จะช่วยให้ได้ Botulinum Toxin ที่มีราคาถูก เพราะไม่ต้องเสียภาษี ไม่ต้องเสียค่าขนส่ง แต่ต้องคำนึงถึงการรักษาอุณหภูมิของการเก็บรักษาตัวยาด้วย เพราะโบท็อกควรเก็บอยู่ในอุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียสตลอดเวลา ถ้าอุณหภูมิสูงกว่า 8 องศาเซลเซียสจะทำให้ชีวโมเลกุลของ Botulinum Toxin เสื่อมสภาพลง การหิ้วมาจากต่างประเทศเป็นไปได้ยากที่จะรักษาอุณหภูมิให้คงที่ตลอดเวลาการเดินทางได้ ต้องขนส่งหลายต่อ จากบริษัท-พ่อค้า-คนไข้-หมอที่รับฉีด อาจทำให้โบท็อกเสื่อมคุณภาพ บางครั้งการฉีดไป มาติดตามผลจึงอาจเห็นผลช้า หรือ ได้ผลลัพท์ไม่สูงสุด

และคนที่ซื้อมาขายต่อต้องซื้อยาในปริมาณมากๆ เพื่อให้ราคาถูก ทำให้ต้องเก็บยาไว้นาน (สังเกตจากวันผลิตหมดอายุ) จะทำให้คุณภาพยาไม่ดี หรือบาง lot อาจเป็นที่โบท็อกเสื่อม โดนความร้อน ก็ถูกนำมาปล่อยขายออกโดยผ่านวิธีแบบนี้ก็มีครับ ไม่มีบริษัทโบท็อกรับประกัน ฉีดโบท็อกแล้วจะอยู่ได้ไม่นานและทำให้ดื้อยาง่าย

Check DD#3

ใช้ตัวยา โบท็อก ปลอม !!

วิธีนี้คือกลโกงร้ายเเรงสุด และ เสี่ยงอันตราย ตอทั้งการดื้อยาเเละการติดเชื้อทางผิวหนังอีกด้วย วิธีการคือ ทางสถานบริการจะทำการสั่งซื้อโบทูลินั่มฯ มาจากประเทศประเทศจีนแล้วมาทำฉลากปลอม กล่องปลอมขึ้นมาใหม่ ลูกค้าจะเช็คข้อมูลได้ค่อนข้างยาก เพราะฉลากและกล่องจะคล้ายกันมาก ถ้ามองด้วยตาเปล่าอาจจะแยกไม่ออก ต้องใช้การสแกนบาร์โค้ด ว่ามีรหัสตามนั้นจริงหรือไม่ บางทีเช็คไปมีรหัสจริง แต่เป็นของยี่ห้ออื่น ไม่ตรงตามหน้ากล่อง ข้างขวดก็มี

Check DD#4

โกงยี่ห้อ Botulinum Toxin

ในท้องตลาดมีโบท็อกที่มีราคาหลายหลาย ตั้งเเต่ระดับไม่กี่พัน ไปจนถึงหลายหมื่น ด้วยตัวยาเองราคาก็มีความแตกต่างกัน โดยตัวเเพทย์ผู้รักษาเอง ที่มีประสบการณ์สูง เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เป็นอาจารย์แพทย์ ย่อมมีราคาที่แตกต่างกัน โบท็อกมีหลายยี้ห้อ กลโกงของบางคลินิกคือ ขายยี่ห้อแพง แต่ใช้ยี่ห้อถูกมาฉีดให้ลูกค้า

ของเเพงที่เราจ่าย ย่อมแพงกว่า เเละคุณภาพความบริสุทธิ์ของตัวยา การออกฤทธิ์ดีกว่าไปตามตัว

ยี่ห้อที่มีราคาสูง ความบริสุทธิ์มาก เช่น Allergan ของอเมริกา Xeomin ของเยอรมัน เป็นต้น

Check DD#5

ใช้ Botulinum Toxin ที่ไม่บริสุทธิ์

การใช้ Botulinum Toxin ที่ไม่ได้คุณภาพ การขายโบฯราคาถูกในท้องตลาดนั้น อาจจะการนำเอา Botulinum Toxin ที่ไม่บริสุทธิ์มาขาย เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่ต่ำและไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งถ้าคุณฉีดเข้าไปอาจจะเป็นการได้รับสารพิษเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดการดื้อยา หากฉีดโบทูลินั่มฯแล้วไม่เห็นผล ต้องหยุดพัก 2-5 ปี บางรายอาจฉีดไม่ได้อีกเลยตลอดชีวิต ดังนั้นการเช็คยี่ห้อ ขวด กล่อง ที่จะนำมาฉีดกับใบหน้าเราเป็นสิ่งจำเป็นมาก หลายยี่ห้อโบท็อกไม่ผ่านอย. ไทย ไม่มีการวิจัยรองรับว่าเห็นผล เทียบกับน้ำเกลือด้วยซ้ำ

กลโกงนี้ไม่ได้พบบ่อย มักพบใช้ในหมอกระเป๋า ที่ซื้อโบท็อกมาจากอินเตอร์เนตเเล้วรับฉีดกันตามบ้านนั่นเอง

Check DD#6

ขายโบท็อกเหลือของคนอื่นให้เรา

กรณีนี้เป็นจุดที่ต้องระวังสำหรับ ลูกค้าที่ซื้อโบท็อก ไม่ถึง 50/100 ยูนิต เนื่องจากการขายทีละ 10-20 ยูนิต ข้อระวังคือ เป็นโบท็อกที่เก็บค้างมาจากการแบ่งลูกค้ารายอื่น นานหรือไม่ ? ดังที่กล่าวไปข้างต้นคือ โบท็อกสามารถเสื่อมคุณภาพได้ตามการรักษาที่ไม่ดี ใส่ไว้ข้างตู้เย็น อุณภูมิไม่เหมาะสมก็เสื่อคุณภาพ ฉีดไปไม่เห็นผล ดังนั้น หากต้องการฉีดครั้งละน้อยๆ เช่น เก็บริ้วรอยใช้ 20-30 ยูนิต หมอแนะนำให้หาเพื่อนมาหารให้ใช้หมดทั้งขวดเป็นของเรา เอาขวดกลับบ้านไปเลยดีกว่า ลองคิดดูสิค่ะ ถ้าทุกคนขอขวดตัวเองกลับหมด ไม่มีคลินิกไหนที่จะเอาขวดของลูกค้าคนอื่นมาโชว์ให้เราดูได้จริงมั้ยละค่ะ คลินิกที่ได้มาตรฐาน และ ขายลูกค้าหมดขวด ให้ขวดกลับบ้านไปเช็คได้เลย หมอคิดว่าเเบบนี้มีมาตรฐานและแฟร์กับลูกค้ามากกว่าค่ะ

Check DD#7

คลินิกเถื่อน ใช้หมอเถื่อน ใช้ยาเถื่อน

เหตุการณ์แบบนี้ดูเป็นเรื่องน่าตกใจ แต่พบได้ตามหน้าข่าวประปราย ถ้าผู้บริโภคไม่อยากเจอเหตุการณ์ เถื่อนๆ ดังนี้ ก็ต้องเช็คให้ชัวร์ก่อนเข้ารับบริการว่า มีใบประกอบคลินิก มีหมอแท้เป็นผู้ดำเนินคลินิกหรือไม่ จะได้ไม่ต้องมาคอยกังวลว่าโบท็อกซ์/ไหม/ฟิลเลอร์/ซิลิโคนบนใบหน้าเธอ อันล้วนไม่ได้รับอนุญาตนั้น จะออกอาการอักเสบแผลงฤทธิ์ไหมเมื่อไหร่ ที่น่าตกใจคือ หลายคนเห็นว่า เป็นคลินิกที่มีลูกค้าเยอะ มีรีวิวรับรอง เปิเหน้าร้านใหญ่โต ไม่น่าจะเป็นคลินิกเถื่อนปลอม เเต่หมอต้องขอบอกว่า ไม่เสมอไปนะคะ ล่าสุด คลินิกดังย่านรัชดา-ลาดพร้าว เปิดดำเนินการมาหลายปี กลับโป๊ะแตกว่า ที่ทำมาทั้งหมดลูกค้านับพันนั้น ใช้ของปลอมหมอปลอมมาตลอด

 

ธุรกิจเสริมความงามมีมากมายในปัจจุบัน แต่ก็ไม่ได้ง่ายนักที่จะเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน และใช้แพทย์ที่มีประสบการณ์ แพทย์ที่เข้าใจตัวยาที่ใช้ เข้าใจหลัการปรับรูปหน้าของลูกค้าที่เข้ารับบรการ รวมถึงการใช้ปริมาณยาที่เหมาะสมในการรักษากับคนไข้แต่ละคน

โดยส่วนตัว หมออยากจะแนะนำว่า

 

1. ควรเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ ของมีคุณภาพราคาย่อมพอเหมาะสม ของถูกไปจนบางทีตัวเราเองยังเอะใจ อันนั้นคือยิ่งต้องระวังค่ะ

2. ลูกค้าผู้เข้ารับบริการ ต้องกล้า ที่จะขอดูผลิตภัณฑ์ ทั้งขวด กล่อง และสแกนโค้ดเพื่อเช็ค ก่อนที่จะจ่ายเงิน

3. เช็คของให้เรียบร้อยก่อนจ่ายเงิน การโอนจอง เป็นการมัดจำสิทธิ แต่ถึงคลินิกควรต้องเช็คผลิตภัณฑ์ที่จะใช้กับตัวเราหน้าเราให้เรียบร้อยก่อน ตกลงราคาที่เหลือ

4. ถ้าคลินิกดีจริง บริสุทธิ์ใจ เค้าย่อมยินดีให้เราตรวจสอบ

 

ใครสนใจอยากอ่านเพิ่มเติม เพื่อประกอบการตัดสินใจ ก่อนเลือกทำโบท็อก อ่านต่อได้ที่นี่ –>

รวม 8 ข้อต้องรู้ถ้าจะทำโบท็อก รวมครบจบที่นี่ ที่เดียว DD-deal

ติดตามบทความดีดี ได้ที่นี่ DD Deal

คิดถึงความงาม คิดถึง ดีดี-ดีล

Search